ประวัติพลาม พรมจำปา

How to Share With Just Friends

How to share with just friends.

Posted by Facebook on Friday, December 5, 2014

หลายคนสงสัย ทำไมผมแฉ ครูพลามเยอะขนาดนี้


ครูพลาม คนเดียวที่รู้ว่าทำอะไรไว้บ้าง


ถ้าครูพลามเข้ามาอ่านคงเข้าใจความรู้สึกผมนะที่ครูพิมพ์


เป็นเอกสารด่าผมแล้วส่งให้ใครต่อใครอ่าน

ประวัติ
เกิด ที่จังหวัดอุบลราชธานี
เกิดเมื่อ วันที่ 1x มิถุนายน 25xx

อายุในรูปไม่ใช่อายุจริง ๆ ของครู พลาม พรมจำปา

บ้านเกิด 63 หมู่ 4 บ้านไร่ดง ตำบลโคกจาน อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี
ปี 2524 - 2530 ตำรวจตระเวนชายแดน เขต 3 จังหวัดอุบลราชธานี
ปี2530 - 2533 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จังหวัดสุรินทร์
ปี 2533 – 2553
รับราชการครั้งสุดท้าย ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ครูฝึกรบพิเศษตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี
ปี 2553 ลาออกจากราชการ เหตุผลที่ลาออกต้องการมาเดินในถนนสายฝันของตัวเอง
เคยปฏิบัติหน้าที่พิเศษ

1 ชายแดนไทย/กัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี - จังหวัดปราจีนบุรี 2525 - 2533
2 ยุทธการบางกลอย จังหวัดเพชรบุรี 2535
3 ลาดตระเวนระยะไกลชายแดนไทย/มาเลเซีย 2533 - 2539
4 ปฏิบัติหน้าที่ครูฝึกจู่โจม ตำรวจภูธร 3 จังหวัดชานแดนใต้ 2550 - 2551
5 ปฏิบัติหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ประจำค่ายนเรศวร 2552 - 2553
6 เป็นหัวหน้าชุดปราบผู้มีอิทธิพล 3 จังหวัดชายแดนใต้ 2545
ผ่านการฝึกหลักสูตรรบพิเศษชั้นยอด
1 หลักสูตร จู่โจม RANGER ทบ.รุ่นที่ 34 ปี 2529
2 หลักสูตร กระโดดร่ม AIRBORNE ตร.รุ่นที่ 132 ปี 2532
3 หลักสูตร การช่วยเหลือผู้ประสบภัย SEA - AIR RESCUE ตร.รุ่น E ปี 2534
4 หลักสูตร นักทำลายใต้น้ำจู่โจม UDT/SEAL ทร.รุ่นที่ 20 ปี 2535
5 หลักสูตร ลาดตระเวนแขนงสะเทินน้ำสะเทินบก RECON ทร.รุ่นที่ 29 ปี 2537
6 หลักสูตร ต่อต้านการก่อการร้ายสากล COUWTER TERRORIST ตร.รุ่นที่ 6 ปี 2539
7 หลักสูตร ถอดทำลายอมภัณฑ์ EOD.ทร.รุ่นที่ 7 ปี 2540


หลักสูตรสูงสุดทั้งนั้นในแต่ละด้าน
ครูฝึกตำรวจพลร่ม ในหลักสูตรกระโดดร่ม หลักสูตรรบพิเศษ หลักสูตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้ายสากล
ครูฝึกตำรวจภูธร 3 ชายแดนใต้ หลักสูตรจู่โจม
นับรวมการฝึกตำรวจมาเป็นเวลา 20 ปีประมาณ 60,000 - 80,000 คน
เขียนหนังสือชื่อ
1 หลักสูตรรบพิเศษ
2 War Of Life
3 การเอาชีวิตรอดในสถานการณ์วิกฤต
4 กลยุทธ์การต่อสู้รวดเร็วรุนแรง 1
5 กลยุทธ์การต่อสู้รวดเร็วรุนแรง 2
6 ผู้ปกป้องคุ้มภัยตายแทน
7 หลักสูตรรบพิเศษฉบับสมบูรณ์
8 เงื่อนเชือก
กิจกรรมที่ทำให้คนรู้จัก
1 เป็นสุดยอดนักรบพิเศษล่าปีก 1 เดียวในตำรวจจนปัจจุบันยังไม่มีใครทำลายสถิติ
2 เป็นนักเขียนหนังสือ
3 เป็นนักวิ่ง 1000 ไมล์
4 เป็นนักประดิษฐ์เสื้อเกราะกันกระสุนที่ดีที่สุดตั้งแต่คนไทยเคยประดิษฐ์มา
5 เป็นนักต่อสู้ป้องกันตัวจากหน่วยรบพิเศษที่ออกมาทำให้คนทั่วไปรู้จัก

ปัจจุบัน
มีค่ายฝึกการต่อสู้ มัชฌิมาการต่อสู้ MZM GYM และเป็นเจ้ารายการมวยแบบผสมผสาน(MMA)หรือมวยกรงเหล็ก
ชื่อรายการปัจจุบัน Speed MFC.[Speed Mixed Martial Arts Fighting Championship] เป็นรายการเดียวที่คนไทยเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ จัดมาแล้ว 8 ปี ทั้งแบบสมัครเล่นและอาชีพ

ไปที่ อุบัติเหตุรถชน กดที่นี่

สำหรับ “ครูพลาม” มีประวัติการวิ่งคือ


ครั้งที่ 1 วิ่งเพื่อสันติภาพชายแดนใต้-เหนือ แม่สาย-เบตง 13 เมษายน 2548 ใช้เวลา 42 วัน


ครั้งที่ 2 วิ่งเฉลิมพระเกียรติตะวันตกจดตะวันออก ด่านเจดีย์สามองค์-อุทยานแห่งชาติผาแต้ม 15 พฤศจิกายน 2550


ครั้งที่ 3 วิ่งเฉลิมพระเกียรติ 3 แผ่นดิน จีน-ลาว-ไทย สิบสองปันนา-สนามหลวง 5 พฤศจิกายน 2552


ครั้งที่ 4 วิ่งเฉลิมพระเกียรติเบตง-ศิริราช หนองคาย-แม่สาย 1 พฤศจิกายน 2558 ใช้เวลา 52 วัน


ครั้งที่ 4 วิ่งเฉลิมพระเกียรติเบตงแม่สาย


1 พฤศจิกายน 2558 ใช้เวลา 52 วัน
การวิ่งครั้งนี้ของครูพลาม ผมก็ไม่แน่ใจว่าวิ่งเพื่ออะไร เพราะเป็นการวิ่งเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ ๙ ครั้งแรกของผม ผมหาข้อมูลบนอินเตอร์เนตว่า ใครเคยวิ่งมาแล้วบ้าง ได้เจอว่า ครูพลาม พรมจำปา เป็นเคยวิ่ง จากข้อมูลบนอินเตอร์เนต ผมก็โทรปรึกษา ครูพลาม พรมจำปา แต่ไหนเลย ประกาศวิ่งทับผมเลย แต่ครู พลาม พรมจำปา เป็นคนมีชื่อเสียง สื่อเลยทำข่าวแกดังขึ้นไปอีก เรื่องวิ่งทับผมก็เป็นเช่นนี้ นี่เป็นการวิ่งทับผมครั้ง แรก และ มีครั้งที่สอง คือทับโครงการสองผม และ ทับเส้นทางที่ ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย วิ่งเพื่อช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาล ( กับตูน ผมก็ขอไปร่วมวิ่ง แต่ดูเหมือนทีม คุณตูนจะไม่อยากให้ผมไป )
วิ่ง ๑ ล้าน ๕ แสนก้าว

จุดเริ่มต้นของวันที่ 7 ข้างสระว่ายน้ำ

ศูนย์กีฬาทางน้ำ ม. ธรรมศาสตร์รังสติ
การวิ่งครั้งนี้ จุดเริ่มต้นของการวิ่ง อยู่ห่างจากที่พัก ผมและครูพลาม แค่ 100 เมตรเอง ยิมมัชฌิมาการต่อสู้ ผมชวนครูพลาม พรมจำปา ไปวิ่ง ๑ ล้าน ๕ แสนก้าว ด้วย แต่ครูพลาม พรมจำปา พูดว่า ครูประกาศแขวนรองเท้าแล้ว จะไม่วิ่งอีกแล้ว สรุปผมไปร่วมวิ่งคนเดียว ร่วมกับคณะนักศึกษาแพทย์ แต่ผมวิ่งบ้างขึ้นรถบ้างบางช่วง เพราะ คณะแพทย์วิ่งแบบสลับคนวิ่ง คือ มีรถตามมีชุดพัก มีชุดวิ่ง วนไปแบบนี้ แต่ผม ต้องยาว 56 กิโลเมตร ไม่ขึ้นรถตามบ้างไม่ไหว เพราะคณะแพทย์วิ่งกันเพซ 4 จะให้ผมลากยาว เพซ 4 56 กิโลเมตร โหดไปครับ

ครั้งที่ 5 แม่สาย-เบตง เพื่อชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการวิ่งในครั้งนี้


ครั้งที่ 5 แม่สาย-เบตง

เพื่อชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการวิ่งในครั้งนี้
เริ่มร่ายยาวนะกับการวิ่งครั้งนี้ การวิ่งครั้งนี้ของครู พลาม พรมจำปา เริ่มจาก ผมประกาศวิ่ง วิ่ง ๕ ภาค เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อหาเงินรายได้ช่วยเหลือทหารผ่านศึก ( ผมประกาศ ตั้งแต่ ปี 2560 ประกาศก่อนคุณตูน และ ครู พลาม พรมจำปา ) ครู พลาม พรมจำปา วิ่งไปที่หน่วยงานอะไรจำไม่ได้ไปขอบัตรทหารผ่านศึก ผมบอกได้หรือครู เขาบอกได้ ก็ครู พลาม พรมจำปา ไม่เคยไปรบจริง ๆ จะได้ ได้อย่างไร เห็น ครูพลาม พรมจำปา บอกต้องเสียเงินเท่าไรผมจำไม่ได้ แต่พ่อผมได้บัตรทหารผ่านศึกจริง เพราะพ่อผมไปรบจริง ตอนปี 2518 ที่เขาค้อ ปีที่ผมเกิดพอดี เขาบอกว่ามึงก็วิ่งหาเงินให้กู ผมเปลี่ยนโครงการใหม่ทันที คือ เปลี่ยนจากคำว่าช่วยเหลือทหารผ่านศึก มาเป็น ช่วยเหลือทหารผ่านศึกใน มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จะได้เงินจากที่นี่ต้อง ทุพพลภาพ เท่านั้น
ยังไม่จบ ตอนผมไปอยู่กับ ครูพลาม พรมจำปา ผมซ้อมวิ่งโดยใช้แผ่นตะกั่วถ่วงที่ขาและใส่รองเท้าคอมแบ็ทวิ่งด้วย ครูพลามยืมแผ่นตะกั่วผมไปลองใส่ และผมทิ้งไว้ให้ใช้ด้วยตอนผมกลับมาบ้านปัญหาคือถ้าไม่ได้ใส่ประจำมันจะวิ่งลำบาก ( ผมใส่วิ่งและเดิน ตั้งแต่ปี 2542 คือ ใส่ตลอดทั้งวันไปทำงานก็ใส่ และใส่อยู่เป็นปี ๆ ) ครูพลามเปลี่ยนมาใช้เป็นโซ่แทน และก็น่าเกลียดที่สุดอยู่ตรงนี้ ผมประกาศวิ่งวันที่ 1 มกราคม 2561 ซึ่งตรงกับวันปีใหมสากล โดยเริ่มที่ สามเหลี่ยมทองคำ ไปรอบประเทศ ตามเส้นทางนี้ ครูพลาม พรมจำปา ประกาศทับผมอีกเช่นกัน โครงการทับผม เส้นทางทับ คุณตูน อาทิวราห์_คงมาลัย และที่หนักไปกว่านั้นเขาพูดเองว่า จะไม่วิ่งแล้วเพราะประกาศแขวนรองเท้าไปแล้ว ขนาดผมชวน วิ่ง 1 ล้าน 5 แสนก้าว ยังไม่วิ่ง ครูพลาม พรมจำปา ประกาศวิ่ง วันที่ 13 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันปีใหม่ไทย ทับผมอีกแล้ว วิ่งโดยใช่โซ่ถ่วงขา ทับผมอีกแล้ว วิ่งเพื่อระดมทุนบริจาค ช่วยเหลือทหารที่ประสบเหตุทางภาคใต้ ทับผมอีกแล้ว ครู พลาม พรมจำปา เป็นคนไม่ยอมน้อยหน้าใคร แล้วบอกว่าเป็นคนวิ่ง เบตง แม่สาย เป็นคนแรก สุดท้าย ผู้วิ่งคนแรกตัวจริงก็ปรากฏตัว คือ นายไชยวัฒน์ วรเชฐวราวัตร
ก็ต้องยกนิ้วให้ครู พลาม พรมจำปา ในเรื่อง ไม่ยอมให้ใครเหนือกว่า แถมยืมเงินผมตอนรถ 18 ล้อชนผม ตอนวิ่งเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระชนพรรษาครบ ๘๘ พรรษา ก็ยังไม่ยอมคืน ลูกเล่นสารพัด ผมมีหลักฐานเพียบ คลิปวีดีโอ คลิปเสียง รูปถ่าย รูปถ่ายเช็คที่ผมได้รับจากบริษัทประกันของรถ 18 ล้อ
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น
ผมดูแลระบบคอมพิวเตอร์กิจการบ้านท่านที่พิจิตร ท่านเป็นผู้การตอนที่ผมประสบอุบัติเหตรถชน ท่านเป็นคนพิจิตร

อันที่จริง “ตูน” เป็นคนที่ 3 แต่กลับไปรับรางวัลเป็นนักวิ่งคนแรก ทั้งที่ขัดกับความเป็นจริง มีคนอื่นที่วิ่งก่อนแต่ไม่ดังเท่า “ตูน” ที่ผ่านมามีผู้วิ่งก่อนหน้า “ตูน” 2 ท่านคือ ในปี 2528 ครูไชยวัฒน์ วรเชฐวราวัตร (http://bit.ly/2EnkVWu) วิ่งระดมทุนช่วยเหลืออาหารกลางวันเด็กนักเรียน 24 โรงเรียน ใช้เวลาวิ่ง 60 วัน และได้เงินสนับสนุนมาราว 2 ล้านบาท ส่วนอีกท่านคือ “ครูพลาม” วิ่งในวันที่ 13 เมษายน 2548 จากแม่สายไปเบตง ใช้เวลาวิ่ง 42 วัน เพื่อความสงบสุขในชายแดนใต้ นอกจากนั้นในปี 2558 จากเบตงไปแม่สายผ่านหนองคาย (http://bit.ly/2CI8Z0V)


ในกรณีนี้คงเข้าใจได้ไม่ยากว่าที่ทั้งสองท่านไม่ดังเท่า “ตูน” เพราะไม่ได้เป็นดารา ไม่ได้มีกองเชียร์ที่สนับสนุนการแข่งขันเช่น “ตูน” แม้ต่อไปถ้ามีดาราดังและหล่อกว่า “ตูน” มา “เลียนแบบ” วิ่งบ้าง ก็ใช่ว่าจะได้รับการสนับสนุนเท่านี้อีก


ถ้าเทียบ “ตูน” กับครูทั้งสองท่านในแง่ความอดทนบากบั่น ครูทั้งสองน่ายกย่องกว่ามาก ทั้งสองวิ่งโดยที่ไม่ได้มีการอำนวยความสะดวกหรือการสนับสนุนแต่ประการใด แถมยังใช้เงินส่วนตัวในการวิ่งและนอนตามศาลาพักริมทางบ้างหรือที่อื่นๆตามมีตามเกิด (http://bit.ly/2CI8Z0V) ต่างจากกรณีของ “ตูน” ที่มีกองคาราวานนับร้อยคน รถบ้านหรูคอยตามติด และมีการประคบประหงมดูแลอย่างดีตลอดเส้นทาง โดยใช้งบประมาณหลายสิบล้านบาท


ต้นทุนในการวิ่งของตูนค่อนข้างสูงตามข่าว “รู้จักทีม ‘ก้าวคนละก้าว’ ตั้งแต่ตูนยันเบื้องหลัง ผ่านเอ็มวี ‘แด่เธอ’ พาไปรู้จักทีมงานก้าวคนละก้าวกว่า 100 ชีวิต” (http://bit.ly/2EnG5Ua) ถ้าตีเป็นเงินคนละ 2,000 บาท (บางส่วนอาจไม่รับ ทำด้วยใจ) ค่าใช้จ่ายต่อคนก็ 200,000 บาทเข้าไปแล้ว และถ้ารวมค่าขบวนรถ ค่าใช้จ่ายต่างๆ วันหนึ่งคงเป็นเงินประมาณ 500,000 บาท วิ่ง 55 วัน ถ้ารวมเวลาดำเนินการก่อนและหลังด้วยก็อาจเป็น 60 วัน รวมเป็นเงินประมาณ 30 ล้านบาทเข้าไปแล้ว หรืออาจถึง 100 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมต้นทุนที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆจัดงานสนับสนุนมากมายเพื่อระดมทุนมามอบนับสิบๆล้านบาทระหว่างที่ “ตูน” วิ่งผ่านแต่ละจังหวัด


ในแง่ความคุ้มค่าของการวิ่ง มีข่าวว่า “วงบอดี้สแลมสละรายได้กว่า 30 ล้าน สนับสนุน ‘ตูน’ วิ่งโครงการก้าวคนละก้าว” (http://bit.ly/2iYgZCr) แต่ความจริงอาจเป็นช่วงพักของ “ตูน” และคงไม่สูญมากถึงขนาดนั้น เพราะปรกติรับงานเดือนละ 20 ครั้งๆละ 450,000-500,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 9-10 ล้านบาท ถ้าหักค่าใช้จ่าย รายได้สุทธิของ “ตูน” คงประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน วิ่ง 2 เดือนก็เป็นเงิน 2 ล้านบาทเท่านั้น แต่เมื่อยิ่งดัง ในอนาคตก็ยิ่งมีคนมาดูดนตรี อาจทำให้การรับงานเพิ่มเป็น 30 งาน (1 วันมากกว่า 1 งาน) ค่าจ้างอาจขึ้นเป็นงานละ 700,000 บาท รวมเป็นเงิน 21 ล้านบาท มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว นอกจากนี้ยังทำให้เกิดลาภสรรเสริญอีกมากมาย ซึ่งนับว่าคุ้มมากสำหรับ “ตูน” ที่ได้วิ่งในครั้งนี้


การที่มีข่าวการวิจารณ์ “ครูพลาม” ซึ่งออกมาวิจารณ์ตูนทางโซเชียลมีเดียต่างๆนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมที่มักมีการต่อว่ากันตามกระแส ไม่ใช่เรื่องผิดปรกติอะไร ไม่พึงหวั่นไหว อันที่จริงสังคมควรเรียนรู้ว่าคนเราสามารถวิจารณ์กันได้ แต่ไม่ใช่เป็นการบิดเบือนความจริง เพราะ “ครูพลาม” ไม่ได้ไปกล่าวคำผรุสวาท ไม่ได้พูดผิดความจริง และ “ตูน” ไม่ใช่พระเอกคนแรกจริงๆ แต่ด้วยการอาศัยสื่อ กลับกลายเป็นการทำลายชื่อเสียงของ “ครูพลาม” ไปอีก


ตอนนี้ “ครูพลาม” วิ่งก็ถูกกลั่นแกล้งต่างๆนานา นอกจากจะต้องสู้กับตนเองโดยวิ่งให้เร็วและมีโซ่ 7 กิโลกรัมแล้ว ยังต้องสู้กับการป้ายสีต่างๆ ดังนั้น แบรนด์ของ “ครูพลาม” จึงไม่อาจสู้กับ “ตูน” ได้เลย เพราะต้นทุนต่างกันนั่นเอง


กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าการสร้างภาพให้ดี การใช้สื่ออย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ บางครั้งความเท็จก็ยังทำให้คล้ายความจริงไปได้ อย่างเช่นกรณี 6 ตุลาคม 2519 นักศึกษาประท้วง “สามทรราช” กลับถูกป้ายสีว่า “หมิ่นองค์รัชทายาท” ไปได้ด้วยการโหมโฆษณาชวนเชื่อของสื่อ (https://bit.ly/2rs2E5z)


ยี่ห้อ “ครูพลาม” จึงขายได้ยากในสังคมที่ถูก “ปั่นหัว” แต่ถ้าปรากฏตัวให้สังคมได้เห็นการทำดีก็คงสามารถทำให้สังคมเห็นภาพจริงที่มุ่งทำเพื่อส่วนรวมได้ สู้ๆครับ “ครูพลาม”



***************************************************************

วีดีโอ body weight และเพลงผมเป็นคนหาให้ครูพลาม พรมจำปา เพื่อเปิดให้ ผู้ที่มาเรียนทำตาม และห้ามอัปขี้น Youtube ตอนแรกก็เชื่อผมตอนผมอยู่ด้วย พอผมกลับมาบ้านได้สองสามวัน ครูพลาม ก็อัปขึ้น Youtube เหมือนเดิม ต่อหน้าทำเป็นรับปาก ลับหลัง ก็ไม่รักษาคำพูด ถ้าโดนจับลิขสิทธิ์ขี้นมาเชื่อเถอะ คงจะพูดว่าไอ้โรจน์มันทำให้แน่นอน ลองดูกรณี หนุ่มวงกะลา ซิครับ



***************************************************************

ตอนมาบ้านผมบอกจะบวชให้ผม ผมมีรูปนะแต่รูปเยอะกำลังหา สุดท้ายบวชจริงแต่ไม่ได้บวชให้ผม

ตอนที่บอกจะบวชให้ผมตอนมาบ้านผมสุดท้าย โกหก มีรูป

***************************************************************



ยังมีอีกเยอะครับ นี่แค่น้ำจิ่ม


ที่พักพิจิตร
วิโรจน์คอมพิวเตอร์
วิโรจน์ อินทะโชติ
     
วิโรจน์คอมพิวเตอร์
;
     
worldchemica
ชมวราคณา วีระโชติ
worldchemica
ติดต่อ วิโรจน์ อินทะโชติ
;